Big Sur ถนนที่สวยที่สุดในอเมริกา และติดอันดับ 1 ใน 10 สวยงามที่สุดในโลก

คราวที่แล้วเขียนถึงเมืองงน่ารักติดอันดับ 1ใน 10 น่าเที่ยวในอเมริกากันไปแล้ว คราวนี้ก็มาสุดสุดกันต่อกับถนนที่วิวสวยที่สุดในอเมริกากันบ้าง เขาว่ากันว่าว่าติดอันดับ 1 ใน 10 ถนนสวยที่สุดในโลกที่ต้องไปเยือนให้ได้ก่อนตาย อันนี้ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน แต่ถ้าอวยกันซะขนาดนี้ ไม่ไปไม่ได้แล้ว

 

Big sur Highway 1 เป็นถนนที่ตัดเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิค รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเริ่มจาก Camel River ในเขต Monterey County ลงใต้ไปจนถึง San Carpoforo creek ในเขต San luis Obispo รวมระยะทาง 90 ไมล์ หรือประมาณ 140 กม. ถนนจะคดโค้งลัดเลาะไปตามหน้าผา ได้สัมผัสกับทัศนียภาพที่สวยงาม อีกทั้งยังสามารถแวะจอดตามจุดต่างๆ ถ่ายรูปทิวทัศน์ของชายฝั่งทะเลที่ขึ้นชื่อว่างดงามที่สุดได้ตลอดทางอีกด้วย

 

ทริปนี้เราวิ่งจากใต้ขึ้นไปทางเหนือดังนั้นจุดแรกที่ต้องแวะคือ The Piedras Blancas elephant seals  จุดชมช้างน้ำ ที่นี่เขาจะทำทางเดินให้เดินชมช้างน้ำที่นอนเล่นเกลื่อนเต็มหาด บางตัวเหมือนนอนตาย บางตัวก็เขี่ยทรายเล่น บางตัวก็เริงร่าเล่นน้ำ หรือแม้แต่กัดกันก็มี แถมส่งเสียงดังเจี้ยวจ้าวกันซะลั่นหาด อ้อ..ต้องทนกับกลิ่นเหม็นสาบของเจ้าพวกนี้ด้วย ช้างน้ำไม่ได้มีให้เห็นกันง่ายๆ เพราะฉะนั้นไม่ควรพลาดที่จะหยุดชมความน่ารักและความมหึมาของสัตว์ชนิดนี้กันนะจ๊ะ

 

ที่นี้ไปปีนเขาดูน้ำตกกันต่อ ขับรถมาอีก 23 นาที ก็ถึง Salmond creek trail ที่นี่มีเส้นทางเดินป่า หรือ trail ให้เลือกหลายเส้นทาง น้ำตกที่นี่เดินไม่ไกล ประมาณครึ่ง กม.พอให้ได้หอบนิดหน่อย ก็จะเห็นผาน้ำตก Salmon creek falls ที่มีความสูง 120 ฟุต เด่นตระง่านอยู่เบื้องหน้า ที่นี่สามารถโดดน้ำเล่นได้ แต่เราคนหนึ่งล่ะขอบาย เพราะยังไม่อยากลงไปแช่น้ำที่เย็นยั่งกะน้ำแข็ง

 

มาดูที่พักที่ของเราในครั้งนี้ดีกว่า เพื่อนแนะนำมาว่าที่นี่บรรยากาศดีและถูก แค่บอกว่าถูกก็เรารีบเชคและจองที่พักทันที Riverside Campground มีทั้งบ้านพักและสถานที่กางเต้นท์รวมถึงมีที่ให้สำหรับพวกที่ขับรถ RV หรือรถบ้านมาจอดพักได้ด้วย บรรยากาศดีมากสมคำแนะนำ ร่มรื่นและมีลำธารไหลผ่านเหมาะสำหรับกางเต้นท์เป็นอย่างที่สุด

 

แต่ครั้งนี้เราพักบ้าน ซึ่งก็ราคาไม่แพง 1 ห้องพักได้ 2-4 คน ราคา $120 มากัน 4 คนก็ถือว่าถูกทีเดียว ส่วนสถานที่กางเต้นท์และที่จอดรถ RV ก็เสียค่าบริการ $55-$65 ทุกที่พักเขาจะมีเตาปิ้งย่างและโต๊ะนั่งชิวให้ที่ละ 1 ชุด เสียดายไม่ได้กางเต้นท์นอนย่างบาร์บีคิวกินริมธารน้ำ ไม่อย่างนั้นชีวิตคงจะดี้ดียิ่งกว่านี้

 

จากบ้านพักก็ไปเดินเล่นริมหาดกันต่อที่ Pfeiffer Beach ตั้งอยู่ใน Pfeiffer state park ทางเข้าค่อนข้างหายาก ดังนั้นต้องหาพิกัดดีๆ มิฉะนั้นอาจหลงได้เมื่อมาถึงจะได้เสียค่าเข้า $10 ต่อรถ คัน มีที่จอดรถสะดวกสบายเดินเข้าไปประมาณ 5-10 นาที ก็จะเจอภาพทิวทัศน์ของท้องทะเลและภูเขาที่ตั้งเด่นตระหง่าน สวย ตะลึง อึ้ง ทึ่ง กันเลยทีเดียว

 

ส่วนช่องหินเขาขาดนี้ถ้าเดินปีนเข้าไปจะเห็นกับความงามของเกลียวคลื่นที่สาดกระทบกับผนังหินบวกกับลำแสงสีขาวนวลที่ส่องผ่านเข้ามานั้นเป็นภาพที่สวยงามแปลกตาเกินบรรยายจริงๆ

 

Pfeiffer Beach เป็นหาดมหัศจรรย์ เพราะเป็นหาดแห่งเดียวที่มีทรายสีม่วง ซึ่งเกิดจากเศษแร่แมงกานีสการ์เนตจากหินที่อยู่บนหน้าผาและริมชายฝั่งเจือปนอยู่บนผืนทรายนั่นเอง ช่วงที่ไปเห็นสีไม่ค่อยชัด แต่เขาว่ากันว่าหลังฝนตกหาดทรายจะกลายเป็นสีม่วงเกือบทั้งหาดสวยงามมาก

 

ที่สำคัญหาดแห่งนี้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดอีกแห่งหนึ่งด้วยธรรมชาติเขาก็ช่างสร้างสรรค์ให้ภูเขาหินลูกนี้มีประตูเปิดรับลำแสงจากพระอาทิตย์ที่ค่อยๆคล้อยตกลงผืนน้ำ

 

ทำให้แสงที่ผ่านช่องประตูจะค่อยๆเปลี่ยนสีจากแสงสีขาวกลายเป็นสีเหลือง สีส้ม จนกลายเป็นรูปหัวใจอย่างที่เห็น เป็นภาพที่ประทับใจจนเสียงรัวชัตเตอร์ของนักท่องเที่ยวดังระงมเพื่อบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึกจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

 

วันถัดมาก็ไปต่อกันที่ Bixby Bridge สิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์ท่ามกลางวิวมหาสมุทร เป็นสะพานคอนกรีตที่สร้างเสร็จในปีค.ศ.1932 เป็นหนึ่งในสะพานที่สูงที่สุดในโลก มีความสูงประมาณ 79 เมตร เนื่องจากดีไซน์ที่สวยงาม อยู่ท่ามกลางหุบเขาสูงชันและวิวจากท้องทะเลเลยกลายเป็นประติมากรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว และกลายเป็น Landmark ที่สำคัญของรัฐแคลิฟอร์เนียเลยก็ว่าได้ ตรงนี้สามารถจอดรถและเดินถ่ายรูปวิวสะพานได้หลากหลายมุม

 

สุดท้ายของทริปนี้คือ Mcway Falls ตั้งที่อยู่ใน Julia Pfeiffer Burns State Park เป็นอ่าวเล็กๆ แต่มีชื่อเสียงในเรื่องของทัศนียภาพอันแปลกตาของน้ำตกที่ตกดิ่งเป็นเส้นตรงจากหน้าผาสูงสู่มหาสมุทรถึง 80 ฟุต เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีที่เพราะเกิดจากน้ำพุใต้ดิน ที่นี่ไม่สามารถปีนขึ้นไปบนน้ำตกหรือลงไปเดินเล่นที่บริเวณหาดได้ แต่เขาจะทำทางเดินให้ชมความงามและถ่ายภาพได้ตลอดระยะทาง 0.6 ไมล์

 

และแล้วทริป 2 วัน 1 คืนที่ Big Sur ก็หมดลงอย่างรวดเร็วเหมือนโกหก สมคำร่ำลือแล้วที่ใครต่อใครต่างก็ยกให้เป็นถนนที่วิวสวยที่สุดในอเมริกา ทัศนียภาพที่งดงามของหน้าผาอันสูงใหญ่ ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ และความน่าทึ่งของมหาสมุทรแห่งนี้ที่เขาว่าต้องไปเยือนซักครั้งในชีวิตนั้น เราก็ได้บรรลุเป้าหมายไปอีกหนึ่งแล้ว ถ้าไม่ก้าวก็ไม่มีวันถึงจุดหมายจริงจริง

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s